กัลลาเกอร์เบิ้ล!สิงห์รัวทดเจ็บบุกพาเลซ 3-1 ขึ้นที่ 10
เชลซี มาได้ประตูสำคัญในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้บุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 ขึ้นมารั้งอันดับ 10 ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

คอเนอร์ กัลลาเกอร์ สวมบทฮีโร่ทำสองประตูพา “สิงห์บลูส์” เชลซี บุกไปเอาชนะ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมมันเดย์ไนท์ ขึ้นมารั้งอันดับ 10 ของตาราง

โดยในเกมนี้สถานการณ์ของ คริสตัล พาเลซ ไม่ดีเลยชนะแค่เกมเดียวจาก 5 นัดหลังสุด ส่วนเชลซี เพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมาหลังบุกไปถล่ม แอสตัน วิลล่า 3-1 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 นัดรีเพลย์ วางโนนี่ มาดูอาเก้, คอเนอร์ กัลลาเกอร์, นิโคลัส แจ็คสัน และโคล พัลเมอร์ ประสานงานเกมรุก

เริ่มเกมครึ่งแรกกลายเป็นเจ้าถิ่นที่ทำได้ดีกว่าครองบอลพยายามบุกเข้าใส่ ทำให้เชลซีต้องอาศัยจังหวะบอลยาวยังไม่สามารถตั้งเกมได้ในช่วง 20 นาทีแรก

นาทีที่ 30 คริสตัล พาเลซ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะความผิดพลาดของ โนนี่ มาดูอาเก้ ที่มัวแต่ยึกยักจนโดนเสียบอลหน้าปากประตูตัวเอง เจฟเฟอร์สัน เลอมาร์ ฉกไปตั้งป้อมซัดไกลบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปแบบสุดส้วย

หลังจากเสียประตู เชลซี กลับมาเป็นฝ่ายตั้งเกมบุกเข้าใส่บ้าง แต่ก็ยังสามารถหาจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งได้ ทำให้จบครึ่งแรก คริสตัล พาเลซ ขึ้นนำเชลซี 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาแค่ 2 นาที เชลซี ไล่ตามตีเสมอ 1-1 จากจังหวะขึ้นเกมริมเส้น มาโล่ กุสโต้ หลุดเข้าไปเปิดให้กับ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ วิ่งเข้ามาวอลเล่ย์ด้วยขวาระยะเผาขนไม่เหลือ

รูปเกมสนุกขึ้นกว่าครึ่งแรก ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกเข้าใส่กันมากขึ้น ต่างฝ่ายก็ต่างมีโอกาสได้ประตู แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่เฉียบคม ทำให้สกอร์ยังคงเสมอกันอยู่ 1-1

เกมทำท่าว่าจะจบด้วยการเสมอกัน แต่เป็น เชลซี ที่มาได้ประตู 2 ประตู ในช่วงทดเวลา เริ่มจากประตู 2-1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แทงยาวให้กับ โคล พัลเมอร์ หลุดไปทางขวาก่อนจะตัดบอลกลางปาดให้ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ตั้งเท้าบรรจงแปด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษบอลเลียดเสียบเสาเข้าไป

ส่วนประตูปิดกล่อง 3-1 ก็มาจากจังหวะสวนกลับเช่นเดียวกัน โคล พัลเมอร์ คนเดิมได้บอลกระชากหนีแนวรับก่อนจะไหลให้ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ แต่งบอลซัดด้วยขวาเข้าไป ทำให้จบเกม เชลซี บุกเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 มี 34 คะแนนขึ้นมารั้งอันดับ 10 ของตาราง

11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนามของทั้งสองทีม

คริสตัล พาเลซ (4-2-3-1): ดีน เฮนเดอร์สัน, ดาเนี่ยล มูนญอซ, โยอาคิม แอนเดอร์เซ่น, คริส ริชาร์ดส์, ทาริค มิทเชลล์, อดัม วาร์ตัน, เจฟเฟอร์สัน เลอมาร์, จอร์แดน อายิว, วิลล์ ฮิวจ์ส, มาเตอุส ฟรานก้า และฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า

เชลซี (4-2-3-1): ยอร์เย่ เปโตรวิช, มาโล่ กุสโต้, อักเซล ดิซาซี่, เบอนัวต์ บาเดียชิล, เบน ชิลเวลล์, มอยเซส ไคเซโด้, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, โนนี่ มาดูอาเก้, คอเนอร์ กัลลาเกอร์, นิโคลัส แจ็คสัน และโคล พัลเมอร์

TAGS
Football