“บังยี”ร่วมแจม!4ผู้ท้าชิงดีเบตโค้งท้ายนายกบอล-“มาดามแป้ง”ชิ่งอีก
4 แคนดิเดต ลงสมัครนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เข้าร่วมดีเบต โชว์วิสัยทัศน์สู่อนาคตบอลไทย ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งฯที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. นี้ ที่โรงแรมอโนมา ราชประสงค์ เมื่อวันพุธที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา

4 แคนดิเดต ลงสมัครนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เข้าร่วมดีเบต โชว์วิสัยทัศน์สู่อนาคตบอลไทย ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งฯที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. นี้ ที่โรงแรมอโนมา ราชประสงค์ เมื่อวันพุธที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา

โดยการดีเบตครั้งนี้มีแคนดิเดตนายกบอลไทยเข้าร่วมกันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น "อ๋อ วังโอ่ง" คมกฤษ นภาลัย , พอลลีน พยุริน งามพริ้ง, วงรค์ ทิวทัศน์ ในขณะที่ บิ๊กตุ๋ย-ธนะศักดิ์ สุระประเสริฐ มอบมายให้ นาย ยุทธนา ทวีสรรพสุข เป็นตัวแทน ส่วนตัวเต็งอย่าง "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ไม่ได้เข้าร่วมงานนี้แต่อย่างใด ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองแล้วที่เจ้าตัว ไม่เข้าร่วมการดีเบตก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้

ในการดีเบตแสดงวิสัยทัศน์ครั้งนี้ เริ่มจาก วรงค์ ทิวทัศน์ ที่เผยว่า เข้ามาลงสมัครเพราะต้องการเปลี่ยนโครงสร้างจากสมาคมชุดเดิม หลังจากที่ได้ดูทีมงานตัวเต็งที่จะเป็นนายกสมาคมฯคนใหม่แล้ว ก็มองว่านั่นคือทีมชุดเดิม ซึ่งการทำงานแบบเดิมๆ แล้วหวังผลรูปแบบใหม่ๆคงจะเป็นไปไม่ได้ ตนจึงขออาสาที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาวงการฟุตบอลให้กลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น

ขณะที่ พอลลีน งามพริ้ง เผยว่าเข้ามาเพราะอยากเห็นฟุตบอลในอุดมคติเป็นยังไง สมาคมก็เหมือนบ้านหลังนึง ที่มีเสาสามต้น ต้นนึงมีรากฐานที่เกิดจากความสุจริต ความซื่อสัตย์ และความจริงใจ อีกต้นนึงก็เหมือน ความรุ้เรื่องฟุตบอลและพัฒนาให้เป็นเลิศ ส่วนเสาอีกต้นคือเรื่องธุรกิจ หลักการบริหารที่ถูกต้อง เสาตรงกลางคือความร่วมมือร่วมใจ ในการทำงานกับฟีฟ่า เอเอฟซี และรัฐบาล เสาสามต้นนี้จะทำให้เกิดความสุขให้แฟนบอลชาวไทย และคนในวงการฟุตบอลอยู่รอด เพราะงั้นเมื่อเรามีอุดมคติ แล้วเราก็มองว่าและใครจะมาทำตรงนี้

ซึ่งเราไม่มั่นใจคนอื่น ซึ่งตัวเรานั้นทำงานด้านฟุตบอลมานาน และทำธุรกิจในหลายแขนง ซึ่งเรื่องการหาเงินเข้าสมาคม เราจำเป็นต้องสร้างมูลค่า ด้วยการขยายฐานแฟนบอล และเอามูลค่าตรงนั้นไปขอสปอนเซอร์ เรื้่องพัฒนาเยาวชน มันไม่ใช่แค่เรื่องศูนย์ฝึกอย่างเดียว แต่เราต้องทำให้เป็นกลไกของการศึกษาที่ควบคู่กันไป

ทางด้าน ยุทธนา ทวีสรรพสุข เผยว่า วันนี้ปัญหาใหญ่ของฟุตบอลไทย คือกรรมการ คนทีปฏิบัติหน้าที่ก็มี แต่บางคนก็มีที่ผู้ใหญ่เอาใจนักการเมืองมากไป และก็เอาพรรคพวกตัวเองมาเป็น คนทำหน้าที่พิจารณากรรมการ อย่าง อำนวย นิ่มมะโน ที่เหมือนมีการเมืองเข้ามาสั่ง ปัญหาฟุตบอล 8 ปี ตอนนี้การเมืองมาครอบงำจนทำให้ฟุตบอลไทยไม่เจริญ ผมอยากจะบอกว่าคนที่ได้นายกคนใหม่ ว่าไม่อยากให้อยู่ภายใต้การเมือง อย่าไปเกรงใจ

ส่วน คมกฤษ นภาลัย เผยว่าเข้ามาสมัครเพราะวันนี้ฟุตบอลไทย มันมีหลายอย่างที่เดิมมาถูกทาง และหลายอย่างต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น ผมมองว่าผู้ใหญ่หลายคนมองกันแค่ปลายยอดว่าจะทำยังไงให้บอลไทยไปบอลโลก แต่ผมมองว่ารากฐานเป็นสิ่งสำคัญ นโยบายของผมจะเน้นไปที่เรื่องนี้ และเอาจริงกับเรื่องพัฒนานักเตะเยาวชน

อยากให้คนที่เข้ามาใหม่เอาจริงกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น ผมจะเอาระบบ คอมเพนเซชั่นกลับมาใช้ ซึ่งจะขึ้นทะเบียนกับนักเตะอคาเดมี่ทั่วประเทศ นี่คือการตอบแทนสู่รากหญ้าอย่างแท้จริง ถ้าเยาวชนบ้านเราไม่แข็งแรง อย่าไปฝันถึงฟุตบอลโลก รวมไปถึงในเรื่องผู้ตัดสินที่ต้องการให้มีการโปร่งใสมากกว่านี้ ไม่ใช่มีการล็อบบี้หรือเกิดความเกรงใจความผู้ใหญ่คนไหนก็ตาม

“กกต.(ของสมาคมกีฬาฟุตบอล)ชุดนี้ ผมบอกเลย วันที่ 8 ก.พ.จะเป็นวันที่ประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลไทยจะจารึก ถ้าการเลือกตั้งเกิดขึ้น อาจไม่ได้รับการรับรองจาก กกท. เพราะ กกต. ทำผิดข้อบังคับเสียเอง ที่สำคัญ จะต้องแก้ไขข้อบังคับนี้ และคืนสิทธิ์ให้สโมสรสมาชิกสมาคม ที่ตอนนี้มี 400 กว่าสโมสร และจะรับรองวันที่ 8 ม.ค.อีกราว 40 กว่าสโมสร ดังนั้นจะขึ้นทะเบียน 500 สโมสร ทุกสโมสรต้องเท่าเทียมกัน” อ๋อวังโอ่ง กล่าวทิ้งท้าย

พร้อมกันนี้ภายในงานก็มีสองแขกรับเชิญพิเศษอย่าง "บังยี" วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลสองสมัยฯ และ "บิ๊กเหม็น" ไพฑูร ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย เข้ามาร่วมแสดงทรรศนะด้วย

โดย "บังยี" เผยว่าเอาจริงๆฟุตบอลไทย เรานั้นรากฐานดีแล้ว เพราะเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สมัยที่ผมเป็นนายก ผมเคยตั้งเป้าหมายเอาไว้ในการทำให้วงการฟุตบอลนั้นดีแบบยืนยาว แต่ว่าผู้บริหารต่อจากนี้ต้องมีวิสัยทัศน์ และความสามารถ คุณต้องรู้เรื่องงานที่เสนอตัวเข้ามา เราจำเป็นต้องปรับโครงสร้างของลีก และการจัดการแข่งขัน รวมไปถึงโครงสร้างของสโมสรใหม่ทั้งหมด

ส่วน "บิ๊กเหม็น" เผยว่า ผมให้เครดิตและยกย่องกับทุกคนที่มาแสดงวิสัยทัศน์ในวันนี้ แม้ว่าทุกคนจะรู้ดีว่า มาดามแป้ง นั่นมีโอกาสมากที่สุด จากทีมสภากรรมการที่ออกมา นั้นแทบจะแบเบอร์ ซึ่งสิ่งที่ทุกคนแสดงวิสัยทัศน์ในวันนี้ต่างเป็นสิ่งสำคัญต่อวงการฟุตบอลไทยอย่างยิ่ง ในการที่จะช่วยยกระดับให้เรากลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง สิ่งสำคัญคือเราต้องมีเงินทุนก่อน ข้อที่สองคือคุณรู้เรื่องฟุตบอลจริงหรือไม่ ถ้าไม่ชอบก็อย่าเข้ามา และข้อสำคัญเลยคือ "FAIR" ที่จำเป็นต้องโปร่งใสจริงตามนโยบาย ไม่ใช่เหมือนยุคที่ผ่านมา คุณต้องบริหารแบบเปิดเผย และทำทุกอย่างให้ชัดเจน เพราะนี่คือกีฬาแห่งมวลมหาชน

TAGS
Football